สถาบันการอาชีวศึกษา 19 แห่ง ประกาศจัดตั้งมีผลตามกฎหมายแล้ว
กฎกระทรวงการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2555 โดยรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่มีความพร้อมแบบกลุ่มจังหวัดจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา จำนวน 19 สถาบัน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2555 ทำให้การจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา จำนวน 19 แห่ง มีผลตามกฎหมายโดยสมบูรณ์ทันทีในวันดังกล่าว
ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ส่งกฎกระทรวงการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ.2555 ซึ่งลงนามโดย ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไปลงประกาศเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาตามขั้นตอนของกฎหมายเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2555 ซึ่งมีผลให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาจำนวน 161 แห่งที่รวมกันจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา ดังกล่าว มีสถานะเป็นสถานศึกษาเครือข่ายของสถาบันแต่ละแห่งโดยทันทีและมีหน้าที่จัดการอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพตั้งแต่ระดับ ปวช., ปวส., ปริญญาตรี และหลักสูตรพิเศษ ส่วนสถานศึกษาอาชีวศึกษาอีกจำนวน 255 แห่ง ซึ่งยังไม่ได้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายของสถาบันการอาชีวศึกษาตามกฎกระทรวงครั้งนี้จะยังมีภารกิจเดิมซึ่งไม่สามารถจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี แต่ในอนาคตสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจะกำกับดูแลเพื่อพัฒนาให้มีมาตรฐานและเข้าร่วมเป็นสถานศึกษาเครือข่ายของสถาบันการอาชีวศึกษา หรือแยกจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษาในโอกาสต่อไปได้
เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยด้วยว่า สำหรับขั้นตอนในการเปิดสอนระดับปริญญาตรีนั้น จะดำเนินการได้ต้องเป็นไปตามความเห็นชอบของสภาสถาบันการอาชีวศึกษาและได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการอาชีวศึกษาก่อน ซึ่งในเบื้องต้น ศึกษานิเทศก์อาชีวศึกษาร่วมกับผู้แทนสถานประกอบการได้ร่วมกันยกร่างกรอบหลักสูตรปริญญาตรีสายเทคโนโลยี หรือสายปฏิบัติการ ซึ่งเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะที่ยึดโยงกับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ (TVQF) ไว้แล้วจำนวน 28 สาขาวิชา ซึ่งเมื่อมีสภาสถาบันการอาชีวศึกษาก็สามารถนำร่างกรอบหลักสูตรดังกล่าวมาพิจารณารายละเอียดเพื่อให้ความเห็นชอบได้ทันที ทั้งนี้ จะสามารถจัดการเรียนการสอนได้จำนวนกี่สาขาวิชา และเปิดรับนักศึกษาในสถาบันการอาชีวศึกษาใดบ้าง ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความเชี่ยวชาญของบุคลากรในแต่ละสถาบันรวมทั้งต้องมี กฎ ระเบียบ และข้อบังคับซึ่งเป็นกฎหมายลำดับรองที่สำคัญและจำเป็นซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากำลังดำเนินยกร่างเสนอครม.ให้ความเห็นชอบ โดยขณะนี้ ครม.ได้มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบัน หลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกหรือสรรหากรรมการสภาสถาบัน พ.ศ... และร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการของสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ... แล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อให้ความเห็นอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้น ระหว่างรอกฎกระทรวงให้มีผลบังคับใช้ และยังไม่ได้แต่งตั้งผู้อำนวยการสถาบัน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะทำหน้าที่รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันทั้ง 19 แห่งไปพลางก่อนเพื่อทำหน้าที่บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของสถาบันเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันแต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 180 วัน นับตั้งแต่วันรักษาการ
สำหรับการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วหลายส่วน อาทิ ได้อนุมัติงบประมาณประจำปี 2555 ให้สถาบันเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานเบื้องต้น สถาบันละ 1.5 ล้านบาท จัดตั้งสำนักงานโครงการและห้องปฏิบัติงานสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันทั้ง 19 แห่ง ไว้ที่ส่วนกลาง และแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนงาน กำกับ และติดตามงานของสถาบันในด้านต่างๆที่จำเป็นและเร่งด่วน จำนวน 10 คณะ เพื่อให้สถาบันการอาชีวศึกษาทั้ง 19 แห่ง สามารถดำเนินภารกิจได้อย่างสมบูรณ์และมีความคล่องตัว ทั้งนี้ สถาบันการอาชีวศึกษา 19 แห่ง ได้กำหนดให้ตั้งในกรุงเทพมหานคร 1 แห่ง ภาคกลาง 5 แห่ง ภาคเหนือ 4 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 แห่ง ภาคตะวันออก 1 แห่ง และภาคใต้ 3 แห่ง ซึ่งจะสามารถให้บริการจัดการเรียนการสอนครอบคลุมพื้นที่บริการครบ 5 ภูมิภาค.
จุรีรัตน์ : ข่าว
28 มิถุนายน 2555
ทางด่วนเว็บไซต์
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับ สอศ.
หน่วยงานภายใน สอศ.
เว็บไซต์นี้ใช้งานได้ดีกับจอภาพขนาด 1024 x 768 pixel ลิขสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 Tel. 0-2281-5555 Fax. 0-2282-0855
ติดต่อผู้ดูแลระบบ: Phanee-77@hotmail.com
Footer Content